Animated Rainbow Nyan Cat

วันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2560

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 4

วันศุกร์ที่ 27 มกราคม 2560 เวลา 13.30-16.30น.



ความรู้ที่ได้รับ

     วันนี้ได้เรียนรู้ถึงประเภทของเด็กที่มีความต้องการพิเศษเพิ่มเติมจากเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว โดยเมื่ออาทิตย์ที่แล้วได้พูดถึงเด็กที่มีความต้องการพิเศษไปแล้ว3ประเภท อาทิตย์นี้ก็จะเริ่มที่ประเภทที่4

     4)เด็กที่มีความบกพร่องทางการพูดและภาษา(Children with Speech and Language Disorders)

     ความบกพร่องทางการพูด หมายถึง เด็กที่มีความบกพร่องซึ่งเกิดจากการผิดปกติในด้านความชัดเจนในการปรับปรุงแต่งระดับและคุณภาพของเสียง จังหวะและขั้นตอนของเสียงพูด แบ่งออกเป็น
- 1.ความบกพร่องในด้านการปรุงเสียง(Articulator Disorders) 
●เสียงบางส่วนขาดหายไป "ความ"เป็น"คาม"
●ออกเสียงของตัวอื่นแทนตัวที่ถูกต้อง "กิน"เป็น"จิน"
●เพิ่มเสียงที่ไม่ใช่เสียงที่ถูกต้องลงไปด้วย "หกล้ม"เป็น"หก-กะ-ล้ม"
●เสียงเพี้ยนหรือแปล่ง"แล้ว"เป็น"แล่ว"
ถ้าฝึกให้เด็กพูดบ่อยๆไม่นานก็จะหายเป็นปกติ

- 2.ความบกพร่องของจังหวะและขั้นตอนของเสียงพูด(Speech Flow Disordres)
●พูดไม่ถูกตามลำดับขั้นตอน ไม่เป็นไปตามโครงสร้างของภาษา
●การเว้นวรรคตอนไม่ถูดต้อง
●อัตราการพูดเร็วหรือช้าเกินไป
●จังหวะของเสียงพูดผิดปกติ
●เสียงพูดขาดความต่องเนื่อง สละสลวย

- 3.ความบกพร่องของเสียงพูด(Voice Disorders)
●ความบกพร่องของระดับเสียง เดี๋ยวดังเดี๋ยวเบา
●เสียงดังหรือค่อยเกินไป
●คุณภาพของเสียงไม่ดี

     ความบกพร่องทางภาษา หมายถึง การขาดความสามารถที่จะเข้าใจความหมายของคำพูด และ/หรือไม่สามารถแสดวงความคิดออกมาเป็นถ้อยคำได้ แบ่งออกเป็น

- 1.การพัฒนาการทางภาษาช้ากว่าวัย(Delayed Language)
●มีความยากลำบากในการใช้ภาษา สร้างประโยคไม่ได้
●มีความผิดปกติของไวยากรณ์และโครงสร้างของประโยค
●มีความบกพร่องทางเชาว์ปัญญา อารมณ์ สมองผิดปกติ
●ภาษาที่ใช้เป็นภาษาห้วนๆ
สามารภหายได้ถ้าได้รับการฝึกฝนบ่อยๆ

- 2.ความผิดปกติทางการพูดและภาษาอันเนื่องมาจากพยาธิที่สมอง โดยเรียกว่าDysphasiaหรือAphasia เป็นที่ตัวเด็กเองและเป็นตั้งแต่แรกเกิด
●อ่านไม่ออก(alexia) เขียนไม่ได้(agraphia)
●สะกดคำไม่ได้
●ใช้ภาษาสับสนยุ่งเหยิง
●จำคำหรือประโยคไม่ได้
●พูดตามหรือบอกชื่อสิ่งของไม่ได้
     Gerstman's syndrome คือเด็กที่ผิดปกติทางการพูดและภาษาที่อาการหนักมาก เด็กจะไม่สามารถบอกสิ่งต่อไปนี้ได้ 1)ไม่รู้ชื่อนิ้ว(finger agnosia)
                          2)ไม่รู้ซ้ายขวา(allochiria)
                          3)คำนวณไม่ได้(acalculia)
                          4)เขียนไม่ได้(agraphia)
                          5)อ่านไม่ออก(alexia)
      ☞ลักษณะของเด็กบกพร่องทางการพูดและภาษา
●ในวัยทารกมักเงียบผิดธรรมชาติ ร้องไห้เบาๆ
●ไม่อ้อแอ้ภายในอายุ10เดือน
●ไม่พูดภายใน2ขวบ
●ออกเสียงตัวสะกดไม่ได้
●มีปัญหาในการสื่อความหมาย พูดตะกุกตะกัก
●ใช้ภาษามือแทนการใช้ปากสื่อสาร

    5)เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ(Children with Physical Health Impairments)
●เด็กที่มีอวัยวะไม่สมส่วน
●เจ็บป่วยเรื้อรังรุนแรง
●มีปัญหาทางระบบประสาท
●มีความลำบากในการเคลื่อนไหว
●มีโรคประจำตัว เช่น 
      โรคลมชัก(Epilepsy) เป็นลักษณะอาการที่เกิดเนื่องจากความผิดปกติของระบบประสมองที่กระแสไฟฟ้าผิดปกติและมากเกินปล่อยออกมาจากเซลล์สมอง ซึ่งไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ทำได้แค่กินยาเพื่อบรรเทาอาการเท่านั้น ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ดังนี้
   ◇การชักในช่วงเวลาสั้นๆ(Petit Mal) อาการเบื้องต้นก่อนจะเกิดอาการชักคือเด็กจะมีอาการเหม่อนิ่งเป็นเวลา5-10วินาที เมื่อเกิดอาการชักเด็กจะหยุดชะงักและไม่รู้สึกตัว ซึ่งจะพบมากในเด็กก่อนอายุ1ขวบ อาการชักในขั้นนี้สามารถหายได้เองในอนาคต
  ◇การชักแบบรุนแรง(Grand Mal) เมื่อเกิดอาการชักเด็กจะส่งเสียง หมดความรู้สึก กล้ามเนื้อเกร็ง จะมีระยะเวลาในการชักประมาณ2-5นาที จากนั้นก็จะหายและนอนหลับไปชั่วครู่
  ◇อาการชักแบบPartial Complex จะเป็นการชักที่มีลักษณะแปลกๆและค่อนข้างหาได้ยาก ลักษณะอาการคล้ายคนง่วงนอนผสมคนเมา ตาลอยๆ ระยะเวลาที่เกิดอาการชักจะประมาณไม่เกิน3นาที เด็กจะมีอาการเหม่อนิ่ง ไม่รู้สึกตัว หลังจากชักอาจจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้และต้องการนอนพัก
  ◇อาการไม่รู้สึกตัว(Focal Partial) เป็นอาการที่เกิดขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ เด็กจะไม่รู้สึกตัวและอาจทำบางอย่างโดยที่ตัวเองไม่รู้ เช่น ร้องเพลง เดินเหม่อลอย แต่ไม่มีอาการชัก พอหายจากชักแล้วเด็กจะเหนื่อยมากและต้องการนอนพัก
  ◇ลมบ้าหมู(Grand Mal) เมื่อเกิดอาการชักจะทำให้หมดสติและหมดความรู้สึก ในขณะชักกล้ามเนื้อจะหดเกร็ง แขนขากระตุก กัดฟัน กัดลิ้น ถ้าเป็นเกิน5นาทีควรที่จะส่งโรงพยาบาลไม่ฉะนั้นจะเสี่ยงต่อการเสียชีวิต

      การปฐมพยาบาลขั้นพื้นฐานในกรณีเด็กมีอาการชัก
-จับเด็กนอนตะแคงขวาบนพื้นราบที่ไม่มีของแข็ง
-ไม่ควรจับตัวเด็กขณะที่กำลังชัก
-หาหมอนหรือสิ่งนุ่มๆมารองศีรษะ
-จัดเสื้อผ้าให้หลวม
-ห้ามนำสิ่งของหรือวัตถุใดๆใส่ปากเฉพาะในกรณีเด็กกัดฟัน ถ้ากัดลิ้นต้องหาอะไรนุ่มๆมายัดปาก ไม่ควรใช้ช้อนหรือของแข็งต่างๆ
-ทำการช่วยหายใจโดยวิธีการเป่าปากหากเด็กหยุดหายใจ

     ซี.พี.(Cerebral Palsy) หรือสมองพิการ คือการเป็นอัมพาตเนื่องจากระบบประสาทสมองพิการ หรือเป็นผลมาจากสมองที่กำลังพัฒนาถูกทำลายก่อนคลอด ระหว่างคลอด หรือหลังคลอด เด็กจะมีการเคลื่อนไหว การพูด พัฒนาการล่าช้า แต่ระดับสติปัญญาปกติ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
   ♬กลุ่มแข็งเกร็ง(Spastic) แบ่งออกเป็น
      → Spastic hemiplegia อัมพาตครึ่งซีก ถ้าเป็นด้านขวาแขนขวาและขาขวาจะแข็งเกร็ง ถ้าเป็นด้านซ้ายแขนซ้ายและขาซ้ายจะแข็งเกร็ง
      → Spastic diplegia อัมพาตครึ่งท่อนบน เป็นทั้งแขนซ้ายและแขนขวา
      → Spastic paraplegia อัมพาตครึ่งท่อนล่าง เป็นทั้งขาซ้ายและขาขวา
      → Spastic quadriplegia อัมพาตทั้งตัว
  ♬กลุ่มที่มีการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นเอง(athetoid,ataxia)
      →athetoid จะมีการขยุกขยิกช้าๆหรือเคลื่อนไหวเร็วๆที่เท้า แขน มือ หรือที่ใบหน้าของเด็ก เด็กบางคนอาจมีคอเอียงหรือปากเบี้ยวร่วมด้วย
      →ataxia มีความผิดปกติในการทรงตัว กล้ามเนื้อทำงานไม่ประสานกัน
  ♬กลุ่มอาการแบบผสม(Mixed) คือมีอาการของกลุ่มแข็งเกร็งและกลุ่มที่มีการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นเองรวมกัน

     กล้ามเนื้ออ่อนแรง(Muscular Distrophy) เกิดจากเส้นประสาทสมองที่ควบคุมกล้ามเนื้อนั้นๆเสื่อมสลายตัว เด็กจะไม่สามารถเดินหรือนั่งได้ ต้องนอนอยู่กับที่ตลอดเวลา 

     โรคทางระบบกระดูกกล้ามเนื้อ(Orthopedic) ระบบกระดูกกล้ามเนื้อพิการตั้งแต่กำเนิด เช่น         เท้าปุก(Club Foot) เป็นระบบกระดูกกล้ามเนื้อพิการด้วยโรคติดเชื้อ ลักษณะอาการคือเท้าจะงอเข้าข้างใน เหมือนตะแคงเท้าเดิน เกิดจากพันธุกรรม สามารถรักษาโดยการใส่เฝือกเพื่อดัดกระดูก ใส่ตั้งแต่แรกคลอดจนถึง3เดือนแรก เมื่อถอดเฝือกแล้วต้องใส่รองเท้าพิเศษเพื่อดัดเท้าเป็นเวลา4ปี ใส่เฉพาะตอนนอน ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้เนื่องจากเป็นโรคทางพันธุกรรม
 กระดูกไขสันหลังส่วนล่างไม่ติด(Spina Bifida) ต้องรีบผ่าตัดไม่ฉะนั้นจะเป็นอัมพาตหรือเสียชีวิตได้
 ∽โปลิโอ(Poliomyelitis) มีอาการกล้ามเนื้อลีบเล็ก เกิดจากเชื้อไวรัสโปลิโอ เด็กไม่สามาถยืนไม่ได้ต้องใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อช่วยปรับสภาพให้ยืนได้ การได้รับวัคซีนถือเป็นเกราะป้องกันโปลิโอได้ ควรได้รับวัคซีนมากกว่า3-5ครั้ง
 ∽โรคกระดูกอ่อน(Osteogensis Imperfeta) ลักษณะคือไหล่จะกว้าง ขาโก่ง ช่วงตัวสั้น กระดูกของคนที่เป็นโรคนี้จะเปราะบางและแตกง่าย เนื่องจากไม่ได้รับแคลเซียมและวิตามินD
 ∽โรคศีรษะโต(Hydrocephalus) เกิดจากน้ำคลั่งอยู่ในสมอง เป็นตั้งแต่แรกเกิด ร่างกายของเด็กจะไม่เจริญเติบโต สมองของเด็กจะไม่เหมือนกับเด็กทั่วไป สามารถรักษาได้2วิธี 1.กินยาขับปัสสาวะ 2.เจาะศีรษะเพื่อเอาน้ำออก
∽โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์(Rheumatoid arthritis) เกิดจากเชื้อไวรัสทำให้ข้ออักเสบ พบมากในคนที่อายุ30ปีขึ้นไปและพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย สามารถบรรเทาอาการได้โดยการรับยา
 ∽แขนขาด้วนแต่กำเนิด(Limb Deficiency) ถ้าเป็นตั้งแต่กำเนิดสภาพจิตใจจะดีมากกว่าเด็กที่เป็นหลังคลอด อันเนื่องมาจาก การเกิดอุบัติเหตุ เป็นต้น

     ☞ลักษณะของเด็กบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ
●มีปัญหาเกี่ยวกับการทรงตัว
●ท่าเดินคล้ายกรรไกร
●ไอเสียงแห้งบ่อยๆ
●มักบ่นเจ็บหน้าอก บ่นปวดหลังเสมอๆ
●หกล้มบ่อยๆ
●หิวและกระหายน้ำอย่างเกินกว่าเหตุ



การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
     ทำให้เราสามารถเข้าใจโรคของเด็กแต่ละโรคได้มากยิ่งขึ้นและสามารถนำความรู้เหล่านี้ไปใช้ได้ตอนฝึกสอนหากเกิดสถานการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น และทำให้เข้าใจวิธีปฏิบัติที่ถูกต้องว่าสิ่งไหนควรทำหรือสิ่งไหนไม่ควรทำ



การประเมินผล
ตนเอง ตั้งใจเรียนในคาบนี้มากและมีส่วนร่วมในการเรียนการสอนได้ออกไปแสดงตัวอย่างของโรคลมชัก และเข้าใจแต่ละโรคของเด็กมากยิ่งขึ้น
เพื่อน ในคาบนี้เพื่อนๆขาดเรียนกันค่อนข้างเยอะ แต่เพื่อนที่มาเรียนก็มีความตั้งใจในการเรียนการสอนมาก ให้ความร่วมมือเวลาอาจารย์ต้องการความช่วยเหลือ
อาจารย์ อาจารย์มีวิธีการสอนที่น่าสนใจและไม่น่าเบื่อ สามารถยกตัวอย่างโรคต่างๆในนักศึกษาเห็นภาพได้อย่างชัดเจน 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น