Animated Rainbow Nyan Cat

วันจันทร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2560

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 7

วันศุกร์ที่ 3 มีนาคม 2560 เวลา 13.30-16.30น.



ความรู้ที่ได้รับ

      วันนี้ได้เรียนรู้ถึงประเภทของเด็กพิเศษเพิ่มขึ้นจาก7ประเภทที่ผ่านมา สัปดาห์ได้เรียนรู้เพิ่มอีก 2ประเภท คือ 

     8)เด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์(Children with Behavioral and Emotional Disorders)
     คือ เด็กที่มีความรู้สึกนึกคิดผิดไปจากปกติคอยแต่จะแสดงออกถึงความต้องการที่จะทำร้ายตนเองหรือทำร้ายผู้อื่นไม่สามารถควบคุมอารมณ์หรือพฤติกรรมของตนเองให้อยู่ในสภาพปกติได้นานๆทำให้ไม่สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างเรียบร้อย

     ☆ลักษณะของเด็กบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์
●มีความวิตกกังวล(Anxiety)ทำให้เด็กมีนิสัยขี้กลัว
●มีภาวะซึมเศร้า(Depression)ทำให้เด็กมีความเศร้าในระดับที่สูงมากเกินไป
●ปัญหาทางสุขภาพและขาดแรงกระตุ้นหรือความหวังในชีวิต

     ☞การจำแนกเด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์ตามกลุ่มอาการ
       ●ปัญหาด้านความประพฤติ (Conduct Disorders)
    • - ทำร้ายผู้อื่น ทำลายข้าวของ ขโมยของ
    • - อารมณ์ฉุนเฉียวง่าย มีอารมณ์หุนหันพลันแล่นและเกรี้ยวกราด
    • - มีนิสัยกลับกลอก เชื่อถือไม่ได้ ชอบโทษผู้อื่น และมักโกหกอยู่เสมอ
    • - เอะอะและหยาบคาย
    • - ใช้สารเสพติด

  •    ●ปัญหาด้านความตั้งใจและสมาธิ (Attention and Concentration)
    • - มีความสามารถในการจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งในระยะสั้น (Short attention span)ไม่เกิน 20 วินาที 
    • - มีลักษณะงัวเงีย ไม่แสดงความสนใจใดๆ รวมถึงมีท่าทางเหมือนไม่ฟังสิ่งที่ผู้อื่นพูด

  •     ●ภาวะอยู่ไม่สุข (Hyperactivity) และสมาธิสั้น (Attention Deficit)
    • - มีลักษณะกระวนกระวาย ไม่สามารถนั่งนิ่งๆ ได้ และหยุกหยิกไปมา
    • - พูดคุยตลอดเวลา และมักรบกวนหรือเรียกร้องความสนใจจากผู้อื่นอยู่เสมอ
    • - มีทักษะการจัดการในระดับต่ำ

  •     ●การถอนตัวหรือล้มเลิก (Withdrawal)
    • - หลีกเลี่ยงการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น และมักรู้สึกว่าตนเองด้อยกว่าผู้อื่น
    • - เฉื่อยชา และมีลักษณะคล้ายเหนื่อยตลอดเวลา
    • - ขาดความมั่นใจ ขี้อาย ขี้กลัว ไม่ค่อยแสดงความรู้สึก

  •     ●ความผิดปกติในการทำงานของร่างกาย (Function Disorder)
    • - ความผิดปกติเกี่ยวกับพฤติกรรมการกิน (Eating Disorder) เช่น การอาเจียนโดยสมัครใจ (Voluntary Regurgitation) การปฏิเสธที่จะรับประทาน รวมถึงนิสัยการรับประทานสิ่งที่รับประทานไม่ได้
    • - โรคอ้วน (Obesity)
    • - ความผิดปกติของการขับถ่ายทั้งอุจจาระและปัสสาวะ (Elimination Disorder)

  •     ●ภาวะความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์ระดับรุนแรง
    • - ขาดเหตุผลในการคิด
    • - อาการหลงผิด (Delusion)
    • - อาการประสาทหลอน (Hallucination)
  •         - พฤติกรรมการทำร้ายตัวเอง


     ☆สาเหตุ
→ปัจจัยทางชีวภาพ(Biology) ถือเป็นปัจจัยที่มีความซับซ้อนอย่างมาก โดยความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์อาจได้รับอิทธิพลจากพันธุกรรม ซึ่งเด็กที่มีปัญหาความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์ประมาณร้อยละ 20 ถึง 60 นั้น มีสาเหตุมาจากพ่อหรือแม่ที่มีภาวะซึมเศร้า นอกจากนี้การบาดเจ็บทางสมอง (Brain injury) ก็เป็นสาเหตุหนึ่งของความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์เช่นกัน

→ปัจจัยทางจิตสังคม(Psychosocial) เนื่องจากโรงเรียนและบ้านเป็นสิ่งแวดล้อมทางสังคมที่สำคัญสำหรับเด็กที่สุด ดังนั้น สิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็ก อิทธิพลจากคนรอบข้าง รวมถึงปัญหาที่เกิดจากโรงเรียนและบ้าน จึงมีส่วนสำคัญที่อาจนำไปสู่ปัญหาความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์ของเด็ก


         ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเด็ก
    - เด็กไม่สามารถเรียนหนังสือได้เหมือนเด็กปกติ
    - ไม่สามารถรักษาความสัมพันธ์กับเพื่อนหรือครูได้
    - มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมเมื่อเทียบกับเด็กในวัยเดียวกัน
    - เด็กจะเก็บกดอารมณ์ มีความคับข้องใจ
    - แสดงอาการทางร่างกาย เช่น เด็กจะชอบบ่นปวดศีรษะบ่อยๆ ปวดตามส่วนต่างๆของร่างกาย
    - มีความหวาดกลัว

         ☂เด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมซึ่งจัดว่ามีความรุนแรงมาก
    ●เด็กสมาธิสั้น(Children with Attention Deficit and Hyperactivity Disorders) เรียกย่อๆว่า ADHD
    ●เด็กออทิสติก(Autistic)หรือ ออทิสซึ่ม(Autisum)

         ADHDเป็นภาวะผิดปกติทางจิตเวช มีลักษณะเด่นอยู่3ประการ คือ 
    1.ขาดสมาธิ(Inattentiveness) 
       - ไม่สามารถทำอะไรได้นานๆ วอกแวก
       - มักใจลอยหรือเหม่อลอยง่าย
       - ถ้าเป็นเด็กเล็กๆจะเล่นอะไรได้ไม่นาน เปลี่ยนของเล่นไปเรื่อยๆ
       - ถ้าเป็นเด็กโตมักจะทำงานไม่เสร็จตามที่สั่ง ทำไม่ละเอียด
    2.อยู่ไม่นิ่ง(Hyperactivity)
       - ซุกซนไม่ยอมอยู่นิ่ง
       - เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา
       - ยุกยิก แกะโน่นเกานี่
       - อยู่ไม่สุข ชอบปีนป่าย
       - ชอบคุยส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น
    3.หุนหันพลันแล่น(Impuslsiveness)
       - ยับยั้งตัวเองไม่ค่อยได้ 
       - ขาดความยับยั้งชั่งใจ
       - ไม่อดทนต่อการรอคอย
       - ทำอะไรค่อนข้างรุนแรง
       - พูดโพล่ง
       - ไม่รอคอยให้คนอื่นพูดจบก่อน ชอบพูดแทรกเวลาคนอื่นคุยกัน

    เด็กที่เป็นสมาธิสั้นต้องมีอาการครบทั้ง3ข้อ ถ้ามีเพียงข้อใดข้อหนึ่งไม่ถือว่าเป็นเด็กสมาธิสั้น

         ☆สาเหตุ
    ●ความผิดปกติของสารเคมีบางชนิดในสมอง เช่น ปาโดมีน นอร์อิพิเนฟริน
    ●ความปกติในการทำงานของวงจรที่ควบคุมสมาธิและการตื่นตัวอยู่ที่สมองส่วนหน้า
    ●พันธุกรรม
    ●สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ

         ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสมาธิสั้น
    สมาธิสั้นไม่ได้เกิดจากความผิดของพ่อแม่ที่เลี้ยงดูลูกผิดวิธี แต่ปัญหาอยู่ที่การทำงานของสมองที่ควบคุมเรื่องสมาธิของเด็ก

         ยารักษาโรคสมาธิสั้นที่มีใช้ในประเทศไทย
    มีอยู่ 2 กลุ่มหลักๆ คือ 
    1)เมธิลเฟนิเดต (Methylphenidate) เป็นยาที่มีประสิทธิภาพดีที่สุด รักษาได้ผลประมาณร้อยละ 80 เป็นยาที่อยู่ในกลุ่มยากระตุ้นประสาท ในประเทศไทยขณะนี้มี 2 รูปแบบ คือ 

    Ritalin
    Concerta


    แบบออกฤทธิ์สั้น (ชื่อการค้า Ritalin และ Rubifen) ออกฤทธิ์ประมาณ 30 นาทีหลังรับประทาน ฤทธิ์ยาอยู่นานประมาณ 3-4 ชั่วโมง ต้องให้ยาวันละ 2-3 ครั้ง (เช้า-เที่ยง หรือ เช้า-เที่ยง-บ่าย ขึ้นกับอาการ) ขนาดเริ่มต้นในการรักษา 5 มิลลิกรัม หลังอาหาร เช้า-เที่ยง หรือ เช้า-เที่ยง-บ่าย และเพิ่มได้มื้อละ 2.5-5 มิลลิกรัม จนกระทั่งเด็กอาการดีขึ้น ใช้บ่อยมากในประเทศไทย
    แบบออกฤทธิ์ยาว (ชื่อการค้า Concerta) ออกฤทธิ์นานประมาณ 12 ชั่วโมง เป็นยาใหม่ที่ใช้ในการรักษาโรคสมาธิสั้น เนื่องจากการใช้ยาแบบออกฤทธิ์สั้นมีข้อจำกัดหลายประการ เช่น เด็กลืมกินยามื้อเที่ยง เบื่อกินยา อาย ไม่อยากให้เพื่อนเห็นว่าต้องกินยาที่โรงเรียน รู้สึกกลัวเพื่อนรู้ว่าเป็นผู้ป่วยจิตเวช ยาหมดฤทธิ์เร็วทำให้อาการอาจมีลักษณะ “ขึ้น-ลง”ตามระดับของยาในร่างกาย โอกาสเกิดอาการขาดยา ดื้อยา มีมากกว่า
    2)อโทม็อกซิทีน atomoxetine (ชื่อการค้า Strattera) เป็นยาในกลุ่ม Selective Norepinephrine Reuptake Inhibitor (SNRI)เป็นยาใหม่ที่อยู่ในขั้นตอนนำเข้ามาใช้ในประเทศไทย ข้อดีของยานี้ คือ ไม่ใช่ยาในกลุ่มกระตุ้นระบบประสาท
    Strattera


         ☆ลักษณะของเด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์
    →อุจจาระ ปัสสาวะรดเสื้อผ้าหรือที่นอน
    →ยังติดขวดนม ตุ๊กตา หรือของใช้วัยทารก
    →ดูดนิ้ว กัดเล็บ
    →เรียกร้องความสนใจ
    →อารมณ์อ่อนไหวง่ายต่อสิ่งเร้า
    →ขี้อิจฉา 
    →พูดเพ้อเจ้อ

         9)เด็กพิการซ้ำซ้อน(Children with Multiple Handicaps)
    ●เด็กที่มีความบกพร่องที่มากกว่าหนึ่งอย่าง เป็นเหตุให้เกิดปัญหาขัดข้องในการเรียนรู้อย่างมาก
    ●เด็กปัญญาอ่อนที่สูญเสียการได้ยิน
    ●เด็กปัญญาอ่อนที่ตาบอด
    ●เด็กที่หูหนวกและตาบอด

    กิจกรรมบำบัดในเด็กสมาธิสั้น ของสถาบันราชานุกูล


    การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
         ทำให้เราได้เข้าใจว่าเด็กสมาธิสั้นมีลักษณะอาการเป็นอย่างไร สาเหตุที่แท้จริงเกิดจากอะไร และยังได้รู้ว่าเด็กสมาธิสั้นต้องมียารักษาเพื่อไม่ให้อาการกำเริบ อีกทั้งยังได้เห็นวิธีการบำบัดเด็กที่เป็นสมาธิสั้นโดยสถาบันราชานุกูลอีกด้วย ทำให้เราสามารถนำกิจกรรมบำบัดไปใช้ได้จริงเมื่อเราเจอเด็กที่เป็นสมาธิสั้น



    การประเมินผล
    ตัวเอง เข้าใจเด็กในแต่ละประเภทมากยิ่งขึ้น ให้ความร่วมมือในการเรียนการสอนเป็นอย่างมาก อาจจะมีอาการง่วงนอนบ้างเล็กน้อย แต่ก็กลับมามีสติในการเรียนการสอน
    เพื่อน เข้าเรียนกันค่อนข้างช้าไม่ค่อยให้ความร่วมมือในการเรียนการสอนเท่าที่ควร แต่ก็มาเรียนกันครบ21คน
    อาจารย์ มีเทคนิคในการสอนที่หลากหลายและสามารถยกตัวอย่างสถานการณ์ต่างๆให้นักศึกษานึกภาพตามได้อย่างชัดเจน


    ไม่มีความคิดเห็น:

    แสดงความคิดเห็น