วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 13.30-16.30น.

ความรู้ที่ได้รับ✿
วันนี้ได้เรียนรู้ถึงประเภทของเด็กที่มีความต้องการพิเศษเพิ่มเติมจากเมื่อสองอาทิตย์ที่แล้ว โดยเมื่อสองอาทิตย์ที่แล้วได้พูดถึงเด็กที่มีความต้องการพิเศษไปแล้ว5ประเภท อาทิตย์นี้ก็จะเริ่มที่ประเภทที่6
6)เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้(Children with Learning Disabilities)
เรียกย่อๆว่าเด็กL.D.(Learning Disability) คือ เด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้เฉพาะอย่าง ไม่นับรวมเด็กที่มีปัญญาเพียงเล็กน้อยทางด้านการเรียน เด็กที่มีปัญหาเนื่องจากความพิการหรือเด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย
☆สาเหตุของL.D.
1.เกิดจากความผิดปกติของการทำงานของสมองที่ไม่สามารถถอดรหัสตัวอักษรออกมาได้ (เชื่อมโยงภาพ ตัวอักษรเข้ากับเสียงไม่ได้)
2.เกิดจากกรรมพันธุ์
ซึ่งเด็กL.D.สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท
1.ด้านการอ่าน(Reading Disorder) พบมากที่สุดในเด็กที่เป็นL.D. ลักษณะก็คือเด็กจะอ่านหนังสือช้า ต้องคอยสะกดทีละคำ อ่านออกเสียงไม่ชัด ไม่เข้าใจเนื้อหาที่อ่านหรือจับใจความสำคัญไม่ได้
♪วิธีการอ่านของเด็กL.D.
หาว → หาม/หา
ง่วง → ม่วม/ม่ง/ง่ง
เลย → เล
อาหาร → อาหา
เก้าอี้ → อี้
อรัญ → อะรัย
เวลาอ่านเด็กจะออกเสียงยานๆและส่วนใหญ่เวลาอ่านตัวสะกดของคำนั้นๆจะหายไป
☞ลักษณะของเด็กL.D.ด้านการอ่าน
●อ่านช้า อ่านคำต่อคำ ต้องสะกดคำจึงจะอ่านได้
●อ่านออกเสียงไม่ชัดเจน
●เดาคำเวลาอ่าน ชอบใช้นิ้วชี้ขณะอ่าน
●อ่านข้าม อ่านเพิ่มคำ อ่านผิดประโยคหรือผิดตำแหน่ง
●อ่านโดยไม่เน้นคำ หรือเน้นข้อความบางตอน
●ผันเสียงวรรณยุกต์ไม่ได้
●ไม่รู้ความหมายของเรื่องที่อ่าน
●เล่าเรื่องที่อ่านไม่ได้ จับใจความสำคัญไม่ได้
2.ด้านการเขียน(Writing Disorder) เขียนตัวหนังสือผิด สับสนเรื่องการม้วนหัวอักษร เช่น ม เป็น น หรือจาก ภ เป็น ถ เป็นต้น เขียนตามการออกเสียง เช่น ประเภท เขียนเป็น ประเพด เกษตร เขียนเป็น กะเสด เป็นต้น และมักจะเขียนสลับ เช่น สถิติ เขียนเป็น สติถิ
☞ลักษณะของเด็กL.D.ด้านการเขียน
●ลากเส้นวนๆไม่รู้ว่าจะม้วนหัวเข้าในหรือออกนอก ขีดวนๆซ้ำๆ
●เรียงลำดับอักษรผิด เช่น สถิติ เป็น สติถิ
●เขียนตัวเลขหรือพยัญชนะสลับกัน เช่น ม-น, ด-ค, ภ-ถ, b-d, p-q, 6-9
●เขียนพยัญชนะก-ฮไม่ได้ แต่บอกให้เขียนเป็นตัวๆได้
●เขียนพยัญชนะ หรือตัวเลขกลับด้าน คล้ายมองกระจกเงา
●จับดินสอหรือปากกาแน่นมาก
●สะกดคำผิด โดยเฉพาะคำพ้องเสียง ตัวสะกดแม่เดียวกัน ตัวการันต์
●เขียนหนังสือช้าเพราะกลัวสะกดผิด
●เขียนไม่ตรงบรรทัด ขนาดตัวหนังสือไม่เท่ากัน
●ลบบ่อยๆ เขียนทับคำเดิมหลายครั้ง
3.ด้านการคิดคำนวณ(Mathematic Disorder) เด็กจะไม่เข้าใจเรื่องการทดหรือการยืมเลขเวลาทำการบวกหรือลบ ไม่เข้าใจหลักหน่วย สิบ ร้อย แก้โจทย์ปัญหาเลขไม่ได้
☞ลักษณะของเด็กL.D.ด้านการคำนวณ
●ไม่เข้าใจค่าของตัวเลข เช่น หลักหน่วยสิบร้อยพันหมื่นเป็นเท่าใด
●นับเลขไปข้างหน้าหรือถอยหลังไม่ได้
●คำนวณบวกลบคูณหารโดยการนับนิ้ว
●จำสูตรคูณไม่ได้
●เขียนเลขสลับกัน เช่น 13 เป็น 31
●ทดเลขหรือยิมเลขไม่เป็น
●ตีโจทย์เลขไม่ออก
●ไม่เข้าใจเรื่องเวลา
4.หลายๆด้านรวมกัน ซึ่งส่วนมากจะเป็นด้านการอ่านกับด้านการเขียน
☞อาการที่มักเกิดร่วมกันL.D.
●แยกแยะขนาดสีและรูปร่างไม่ออก
●มีปัญหาความเข้าใจเกี่ยวกับเวลา
●เขียน/อ่านตัวอักษรสลับซ้าย-ขวา
●การประสานงานของสายตา-กล้ามเนื้อไม่ดี
●สมาธิไม่ดี(เด็กL.D.ร้อยละ15-20 มีอาการสมาธิสั้นร่วมด้วย)
●ทำงานช้า
●ฟังคำสั่งสับสน
●คิดแบบนามธรรมหรือคิดแก้ปัญหาไม่ค่อยดี
●ถนัดซ้ายหรือถนัดทั้งซ้ายและขวา
เด็กL.D.ต้องวัดว่าเป็นหรือไม่ก็ต่อเมื่อเด็กขึ้นประถมเท่านั้น ตอนอนุบาลไม่สามารถวัดได้
เด็กL.D.ทุกอาการสามารถหายได้เพียงแต่ต้องใช้เวลาและกำลังใจเป็นอย่างมาก
เด็กL.D.ในด้านการอ่านและการเขียนจะพบในเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิง2เท่า ถ้าเด็กL.D.ด้านคำนวณจะพบในเด็กผู้หญิงมากกว่าเด็กผู้ชาย
7)ออทิสติก(Autistic)
เรียกอีกอย่างว่า ออทิซึ่ม(Autism) คือ เด็กที่ไม่สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ไม่สามารถเข้าใจคำพูด ความรู้สึกและความต้องการของผู้อื่นและไม่สามารถสื่อสารกับคนรอบข้างและสังคม ซึ่งเด็กออทิสติกแต่ละคนจะมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง ซึ่งออทิสติกจะติดตัวเด็กไปตลอดชีวิตไม่สามารถรักษาให้หายได้ ทำได้แค่ช่วยพัฒนาในการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นให้ดีขึ้นเท่านั้น
"ไม่สบตา ไม่พาที ไม่ชี้นิ้ว" เป็นนิยามของออทิสติก
▽ทักษะด้านต่างๆของเด็กออทิสติก
●ทักษะทางภาษา - ต่ำ
●ทักษะทางสังคม - ต่ำ
●ทักษะการเคลื่อนไหว - สูง
●ทักษะการรับรู้เกี่ยวกับรูปทรง ขนาดและพื้นที่ - สูง
☞ลักษณะของเด็กออทิสติก
●โลกส่วนตัวสูง
●ไม่เข้าไปหาใครเพื่อให้ปลอบใจ
●ไม่เข้าไปเล่นในกลุ่มเพื่อน
●ไม่ยอมพูด
●เคลื่อนไหวแบบซ้ำๆ
●อ่อนไหวง่าย
●เด็กปกติ ออทิสติก
ดูหน้าแม่ ------------------------- ไม่มองตา
หันไปตามเสียง -------------------- เหมือนหูหนวก
เรียนรู้คำพูดเพิ่มเติม ----------------- เคยพูดได้ต่อมาหยุดพูด
ร้องเมื่อมีคนแปลกหน้าเข้าใกล้ ---------ไม่สนใจคนรอบข้าง
จำหน้าแม่ได้------------------------ จำคนไม่ได้
เปลี่ยนของเล่น---------------------- นั่งเล่นอย่างใดอย่างหนึ่ง
เคลื่อนไหวอย่างมีจุดมุ่งหมาย----------- มีพฤติกรรมแปลกๆ
สำรวจและเล่นตุ๊กตา------------------ ดมหรือเลียตุ๊กตา
ชอบความสุขและกลัวความเจ็บ---------- ไม่รู้สึกเจ็บปวด ชอบทำร้ายตัวเอง
♬เกณฑ์การวินิจฉัยออทิสติก องค์การอนามัยโลกและสมาคมจิตแพทย์อเมริกา
➴ความผิดปกติของปฏิสัมพันธ์ทางสังคมอย่างน้อย 2 ข้อ
- ไม่สามารถใช้ภาษาท่าทางสื่อสารทางสังคมกับบุคคลอื่น
- ไม่สามารถสร้างสัมพันธภาพกับบุคคลให้เหมาะสมตามวัย
- ขาดความสามารถในการแสวงหาการมีกิจกรรม ความสนใจ และความสนุกสนานร่วมกับผู้อื่น
- ขาดทักษะการสื่อสารทางสังคมและทางอารมณ์กับบุคคลอื่น
➴ความผิดปกติด้านการสื่อสารอย่างน้อย 1 ข้อ
- มีความล่าช้าหรือไม่มีการพัฒนาในด้านการพูด
- ในรายการที่สามารถพูดได้แล้วแต่ไม่สามารถที่จะเริ่มต้นบทสนทนาหรือโต้ตอบบทสนทนากับผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม
- พูดซ้ำๆหรือมีรูปแบบจำกัดในการใช้ภาษา เพื่อสื่อสารหรือส่งเสียงไม่เป็นภาษาอย่างไม่เหมาะสม
- ไม่สามารถเล่นสมมุติหรือเล่นตามจินตนาการได้อย่างเหมาะสมกับระดับพัฒนาการ
➴มีพฤติกรรม ความสนใจ และกิจกรรมที่ซ้ำๆและจำกัดอย่างน้อย 1 ข้อ
- มีความสนใจที่ซ้ำๆอย่างผิดปกติ
- มีกิจวัตรประจำวันหรือกฎเกณฑ์ที่ต้องทำโดยไม่สามารถยืดหยุ่นได้ ถึงแม้ว่ากิจวัตรหรือกฎเกณฑ์นั้นจะไม่มีประโยชน์
- สนใจเพียงบางส่วนของวัตถุ
- มีการเคลื่อนไหวร่างกายซ้ำๆ
►พฤติกรรมทำซ้ำ
- นั่งเคาะโต๊ะหรือโบกมือนานเป็นชั่วโมง
- นั่งโยกหน้าโยกหลังเป็นเวลานาน
- วิ่งเข้าห้องนี้ไปห้องโน้น
- ไม่ยอมให้เปลี่ยนสิ่งแวดล้อม
➴พบความผิดปกติอย่างน้อย 1 ด้าน (ก่อนอายุ3ขวบ)
- ปฏิสัมพันธ์ทางสังคม
- การใช้ภาษาเพื่อสื่อความหมาย
- การเล่นสมมติหรือการเล่นตามจินตนาการ
➴ไม่สามารถวินิจฉัยให้เข้าข่ายโรคใดๆได้
☏ออทิสติกเทียม
●ปล่อยให้เป็นพี่เลี้ยงดูแลหรืออยู่กับผู้สูงอายุ
●ปล่อยให้ลูกอยู่กับไอแพด
●ดูการ์ตูนในทีวี
☼Autistic Savant (ออทิสติกอัจฉริยะ)
●กลุ่มที่คิดด้วยภาพ(visual thinker)
จะใช้การคิดแบบอุปนัย(bottom up thinking)
●กลุ่มที่คิดโดยไม่ใช้ภาพ(music, math and memory thinker)
จะใช้การคิดแบบนิรนัย(top down thinking)
Autistic Savant พบแค่1-2%ในคนที่เป็นออทิสติก

การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้✿
ทำให้เราได้เข้าใจว่าเด็กที่เป็นL.D.มีลักษณะอาการเป็นอย่างไรและแต่ละด้านมีความแตกต่างกันอย่างไร ทำให้เราสามารถสังเกตเด็กได้ดีมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังได้รู้ว่าออทิสติกมีลักษณะเป็นอย่างไร ได้รู้ข้อสังเกตพื้นฐานของเด็กว่าเป็นออทิสติกหรือไม่


การประเมินผล✿
✎ตนเอง เข้าใจพื้นฐานของเด็กL.D.กับออทิสติกมากยิ่งขึ้น
✎เพื่อน เพื่อนๆให้ความร่วมมือในการเรียนเป็นอย่างมาก
✎อาจารย์ มีเทคนิคการสอนที่หลากหลายและมีการยกตัวอย่างให้นักศึกษาเห็นภาพชัดมากยิ่งขึ้น



